ซื้อจอโปรเจคเตอร์ แบบไหนดี

วิธีเลือกซื้อจอโปรเจคเตอร์

เราจะ ซื้อจอโปรเจคเตอร์ แบบไหนดี เรามาดูกันครับว่ามีจอแบบไหนบ้าง

เรามาทำความรู้จักจอโปรเจคเตอร์แบบต่าง ๆ กันก่อนครับ เพราะเราจะได้เลือกได้ว่า เราจะเลือกซื้อมาใช้งานได้ถูกประเภท


1. จอโปรเจคเตอร์แบบมือดึง (manual projector screen) ลักษณะจอโปรเจคเตอร์แบบมือดึงนั้นการทำงานจะต้องใช้มือดึงเชือก เวลาใช้งาน ส่วนเวลาเก็บจอโปรเจคเตอร์จะต้องใช้มือกระตุกเชือก เพื่อทำการเก็บจอโปรเจคเตอร์ ลักษณะรูปจอโปรเจคเตอร์แบบมือดึงขนาดมีตั้งแต่เส้นทะแยงมุม 50 นิ้ว ถึง 150 นิ้ว

ข้อดี ของจอโปรเจคเตอร์แบบมือดึง ราคาถูก
ข้อเสียคือ เวลาใช้งานเนื่องจากว่ามีการดึงเข้าดึงออกบ่อยๆ อาจทำให้เขี้ยวข้างในหักและทำให้ จอโปรเจคเตอร์ค้างไม่สามารถใช้งาน เก็บเข้า ดึงออก จากกระบอกได้

ลักษณะ ที่จะใช้งาน ติดตั้งในห้องเรียน ห้องประชุม ติดตั้งกับผนังปูน หรือ ผนังที่มีความแข็งแรง

จอแขวนมือดึง 70 นิ้ว

2. จอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า (Motorize projector screen) ลักษณะการทำงานของจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้านั้นเวลาใช้งานจะทำงานโดยผ่าน สวิทซ์ จอ และ รีโมทควบคุม มีลูกศรสำหรับกดขึ้นลง เพื่อบังคับให้มอเตอร์จอหมุนเก็บเนื้อผ้า และ คายเนื้อผ้าออก ขนาดมีตั้งแต่เส้นทะแยงมุม 70 นิ้ว ไปจนถึง 400 นิ้ว อัตรส่วนจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้ามีทั้งแบบ 4:3,16:9,16:10ชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีทั้งแบบ synchronize motor และ Tubular motor

ข้อดี – สะดวกต่อการใช้งานและมีความทนทานมากกว่าแบบจอโปรเจคเตอร์มือดึง
ข้อเสีย – ราคาจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า จะมีราคาสูงกว่า จอโปรเจคเตอร์แบบมือดึง การติดตั้งต้องมีการเดินสายสัญญาณอาจทำให้การติดตั้งยากกว่าจอโปรเจคเตอร์แบบมือดึง

ลักษณะที่จะใช้งาน ติดตั้งในห้องเรียน ห้องประชุม สามารถติดตั้งแบบซ่อนในฝ้าได้

จอมอเตอร์ไฟฟ้า 100 นิ้ว Proscreen
จอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า

3. จอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้าขึงตึง (Tab tension projector screen) ลักษณะการทำงานจะเป็นเหมือนจอโปรเจคเตอร์แบบมอเตอร์ไฟฟ้า แตกต่างกันตรงที่จะมีลวดเพื่อเพิ่มความตึงของเนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อผ้าที่ตึงไม่มีการพริ้วไหวของเนื้อผ้าใช้ สวิทซ์ และ รีโมทในการควบคุมการขึ้นลงของจอโปรเจคเตอร์

ข้อดี – เนื้อผ้าจะมีความเรียบตึงมากเป็นพิเศษ สะดวกต่อการใช้งาน เพราะสั่งงานควบคุมด้วยรีโมท

ข้อเสีย – ราคาสูงกว่าแบบ จอมือดึง และ จอมอเตอร์ไฟฟ้า

ลักษณะที่ใช้งาน ติดตั้งในห้องเรียน ห้องประชุม ห้องฉายภาพยนต์ สามารถติดตั้งซ่อนใต้ฝ้าได้

จอโปรเจคเตอร์มีกี่แบบ

4. จอโปรเจคเตอร์แบบขาตั้ง (tripod projector screen) ลักษณะการทำงานจะเป็นแบบจอมือดึง สามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานได้สะดวกกว่าแบบจอมือดึง โดยมีขาตั้ง 3 ขา สามารถกาง และ เก็บได้ ขนาดเส้นทะแยงมุมจอโปรเจคเตอร์แบบขาตั้งจะมีขนาดตั้งแต่ 70 นิ้ว ถึง 120 นิ้วอัตรส่วนเป็น 4:3

ข้อดี – เคลื่อนย้ายสะดวก และ ราคาถูก
ข้อเสีย – กรณีดึงแรงๆ อาจทำให้เขี้ยวล็อคข้างในเสียได้

ลักษณะการใช้งาน ติดตั้งและเคลื่อนย้ายได้ง่าย สามารถใช้งานได้ในห้องเรียน ห้องประชุม หรือ นอกสถานที่

จอโปรเจคเตอร์แบบขาตั้ง
จอโปรเจคเตอร์แบบขาตั้ง

5. จอโปรเจคเตอร์แบบตั้งพื้น (floor projector screen) ลักษณะจอโปรเจคเตอร์เป็นแบบกล่องสามารถตั้งกล่องที่พื้นได้และทำการดึงขึ้น มาเพื่อใช้งาน ขนาดของ จอโปรเจคเตอร์แบบตั้งพื้น จะมีเส้นทะแยงมุมขนาด 60 นิ้ว และ 80 นิ้ว

ข้อดี – เคลือนย้ายได้สะดวกกว่าแบบจอโปรเจคเตอร์แบบขาตั้งเก็บได้สะดวกกว่า
ข้อเสีย – ราคาสูงกว่าจอโปรเจคเตอร์แบบขาตั้ง

ลักษณะการใช้งาน ติดตั้งและเคลื่อนย้ายสะดวกกว่า สามารถใช้งานได้ ทั้งห้องเรียน ห้องประชุม และ นอกสถานที่

การเลือกซื้อจอโปรเจคเตอร์

6. จอโปรเจคเตอร์แบบเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่ (Easy fold projector screen) ลักษณะจอโปรเจคเตอร์เป็นแบบเคลื่อนย้ายใช้สำหรับงานแสดงนิทรรศการหรืองานภายนอก ในชุดจะประกอบไปด้วย เนื้อจอแบบฉายหน้าหรือฉายหลัง เฟรมอลูมิเนี่ยม ขาตั้ง 2 ขา และกล่องบรรจุ เนื่องจากว่าเป็นจอขนาดใหญ่ มีขนาดเส้นทะแยงมุมตั้งแต่ 120 นิ้ว ถึง 200 นิ้ว อัตราส่วน 4:3 และ 16:10 แล้วแต่จะเลือกใช้สามารถถอดประกอบและถอดเก็บได้

ข้อดี – เคลื่อนย้ายได้ เก็บได้

ข้อเสีย – ต้องใช้คนประมาณ 2 คนในการติดตั้ง เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่ ในการเคลื่อนย้ายก็ค่อนข้างมีน้ำหนัก มากกว่า จอขาตั้งแบบทั่วไป

การเลือกซื้อจอโปรเจคเตอร์

7. จอโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนัง (fix frame projector screen) เป็นจอโปรเจคเตอร์แบบขึงตึงติดตั้งถาวรที่ผนังเท่านั้น จอโปรเจคเตอร์แบบ fix frame นั้นจะมีเนื้อจอหลายแบบมีทั้งแบบ matt white , HD matt white, USA fiber glass อัตรส่วนจอโปรเจคเตอร์แบบนี้จะเป็น 16:10 ซะส่วนใหญ่และจะมีทั้งแบบโค้งและแบบธรรมดาให้เลือกใช้งาน ลักษณะจอโปรเจคเตอร์สำหรับดูหนังแบบโค้งนั้นจะทำให้เพิ่มมิติในการับชมภาพที่ดียิ่งขึ้นนั้นเอง

ข้อดี – มีน้ำหนักเบา และเนื้อผ้าตึงเรียบ เหมาะสำหรับติดตั้งกับผนัง

ข้อเสีย – มีราคาสูงกว่า จอแบบมือดึง

การเลือกซื้อจอโปรเจคเตอร์

เนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์

ในปัจจุบันเนื้อผ้าขอจอโปรเจคเตอร์ส่วนใหญ่จะมีดังนี้

1. เนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์แบบ matt white ลักษณะเนื้อผ้าจะเคลือบสารที่ทำให้แสงกระจายตัวได้ดีในระดับหนึ่ง
คือ ดีกว่าฉายเข้าผนังปูนที่ทาสีขาว

2. เนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์แบบ HD fabric ลักษณะเนื้อผ้าจะเคลือบสารที่ทำให้แสงกระจายตัวได้ดีกว่าเนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์แบบ matt white และตัวเนื้อผ้าจะมีละเอียดที่ดีกว่า matt white

3. เนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์แบบ USA fiber glass ลักษณะเนื้อผ้าจะเคลือบสารทำให้แสงกระจายตัวได้ดีกว่าเนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์แบบ matt white และ ตัวเนื้อผ้าจะมีความละเอียดที่ดีกว่า HD fabric และ matt white
รูปเปรียบเทียบลักษณะเนื้อผ้าทั้ง 3 แบบ(ปกติจะสีขาวแต่เพื่อให้เห็นความแตกต่าง จึงลงสีดำเข้าไปให้เห็นความแตกต่างของเนื้อผ้าแต่ละแบบครับ)

4. เนื้อผ้าจอโปรเจคเตอร์ แบบ ALR ลักษณะเนื้อผ้าจะเคลือบสารกระจายแสงและเปล่งแสงได้ดีกว่า จอทั่วไป ทำให้ ภาพที่ได้ มีความสว่างมากขึ้น กว่าปกติ จอแบบ ALR มีหลายเกรด ราคาตั้งแต่หลัก 900 – 100,000 บาท

IMG 0339 edited 1 scaled
เนื้อผ้าโปรเจคเตอร์

แคตตาล็อค จอรับภาพ